คุณเคยคิดบ้างไหมว่าทำไมชีวิตปัจจุบันของคุณจึงเป็นเช่นนี้

เราขึ้นต้นมาแบบนี้แน่นอนว่าหลายคนอาจจะงงว่าเราหมายถึงอะไร เราก็ขอยกตัวอย่างจากตัวเราก็แล้วกันนะ

หลายคนบอกว่าเราหัวดีทั้งที่เราดูแล้วผลสอบก็ออกจะแย่ เรามีความคิดหลายอย่างในการทำอะไรหลายๆสิ่ง แต่ความคิดนั้นมันก็ไม่เกิดอะไรที่ดีหรือเป็นประโยชน์เพราะเราไม่ได้ทำมัน เราอาจมีความคิดที่จัดอยู่ในคำว่าน้ำใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่หลายครั้ง แต่นั่นมันก็ไม่ทำให้เรากลายเป็นคนที่มีน้ำใจในสายตาคนอื่นๆ ซึ่งก็เพราะเราไม่ได้ทำมันอีกเช่นกัน ทุกสิ่งเหล่านี้โทษอะไรไม่ได้นอกจากตัวเรา มันไม่ใช่คำว่าไม่กล้าที่จะลงมือหรือทำอะไร แต่ทั้งหมดนี้มันมาจากคำเพียงคำเดียว ซึ่งคำๆนั้นก็คือ " ขี้เกียจ "

ใช่...แค่คำว่าขี้เกียจคำเดียวนี่แหละที่ทำให้คุณพลาดในหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นเรื่องดีๆที่ควรจะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ และมันก็ทำให้เรารู้สึกแค้นในใจลึกๆ

"...ทั้งที่รู้สาเหตุ ....ทั้งที่รู้ว่าถ้าแค่เราไม่มีคำนี้หรือไม่คิดถึงมัน ชีวิตเราจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ แต่มันก็ทำไม่ได้ เพราะอะไรกันน่ะหรือ ก็เช่นเดิม คำว่า... ขี้เกียจ"

ถึงเราจะหัวดี (เล็กน้อยแต่อาจมากในสายตาบางคนเช่นเพื่อนที่สอบได้แย่กว่าเราทั้งที่พยายามจนเลือดตาแทบกระเด็น) แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้คะแนนสอบเราดีขึ้นมาเลย ก็เพราะไอ้คำว่าขี้เกียจ มันเลยส่งผลต่อเนื่งมายังคำว่าผลัดวันประกันพรุ่ง ทำให้เราผลัดวันที่จะอ่านหนังสือเพื่อใช้ในการสอบออกมาเรื่อยๆจนได้เวลาสอบ และมันก็ต่อมายังคำว่าดินพอกหางหมู เพราะงานหลายชิ้นที่เราขี้เกียจทำและผลัดมันมาเรื่อยๆนี่ล่ะทำให้ต้องมานั่งปั่นตอนใกล้สอบซึ่งมันก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร แน่นอนคะแนนก็เลยไม่ดีตาม ถึงแม้ว่าในทุกๆวันเรามีสติที่เล็กน้อยที่จะเตือยตัวเองให้ทำอะไรในหลายอย่างที่ควรจะทำ แต่สิ่งที่ลบเลือนการกระทำเหล่านั้นไปก็คือสิ่งเดิมที่เราคงไม่ต้องบอกว่าคืออะไร

ในบางทีที่เรามีความคิดที่จะทำอะไรแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำมันก็เพราะคำเดิมก็คือขี้เกียจ ...ขี้เกียจที่จะต้องลงมือทำเลยทำให้สมองโทษตัวเองและคิดไปว่า ..มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกน่า อย่างเรานี่หรอืจะทำได้ และถึงทำก็คงไม่เสร็จหรอก...และมันก็เลยทำให้เราไม่ได้ลงมือทำเพราะคิดว่าถ้าทำแล้วไม่เสร็จจะทำไปทำไม

บางครั้งเราเห็นคนอื่นกำลังมีเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือแม้แต่เพียงเล็กน้อย ซึ่งเราก็มีความคิดที่อยากจะช่วย แต่ก็ไม่ได้ช่วยไป คราวนี้มันจะมาจากคำว่าขี้เกียจคำเดิมก็ไม่เชิงนัก แต่อาจเป็นเพราะในบางทีเราคิดไปว่า ถ้าเราช่วยเราก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด และถ้าเรื่องที่เขาจะขอให้เราช่วยต่อมันมากกว่าที่เราเห็นและอยากช่วยในตอนนี้ล่ะ เราคงขี้เกียจไม่อยากทำแล้ว เพราเป็นคนปฏิเสธคนไม่ค่อยเป็นหากเขาเอ่ยปาก หากคุณดูดีๆคุณจะเห็นได้ว่าความขี้เกียจในยามนี้มันไม่ใช่ขี้เกียจที่จะเข้าไปช่วย แต่มันขี้เกียจในสิ่งที่อาจจะตามมาหลังจากการช่วยในครั้งนั้นต่างหาก และที่เรามีความคิดเช่นนี้ก็เพราะประสบการณ์ในหลายครั้งที่ผ่านมาจากการที่เราเข้าไปช่วยนั่นล่ะ ...

หลายคนอาจบอกว่าบางที่เรื่องที่เราคิดมันอาจไม่เป็นแบบนั้น ซึ่งเราก็เห็นด้วย แต่คุณก็อย่าลืมว่าในทางกลับกัน มุมมองของเรามันมีโอกาสเป็นจริงเกินครึ่ง

อย่าคิดว่าเราเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องหรือคิดมากเกินความจำเป็น เพราะคุณก็น่าจะรู้ว่าถ้าเมื่อไรก็ตามที่คุณมีคำๆนี้ที่ควบคุมจิตใจแบบเรา คุณจะเป็นอย่างไร บางคนอาจบอกว่าถึงเราขี้เกียจแต่เราก็ไม่ทำแบบคุณ นั้นเราก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณก็แล้วกันนะ

จงขจัดความขี้เกียจก่อนที่มันจะเกิดหากทำได้ และเมื่อใดก็ตามที่คำๆนั้นหายไปแล้ว คุณก็จะพบว่าหลายอย่างที่ดีๆมันจะไหลเข้ามาหาคุณ.. แต่ก็อย่าลืมเช่นกันว่าในหลายอย่างนั้นใช่ว่าจะเป็นสิ่งดีเสมอไป...แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งดีย่อมมากกว่าอยู่แล้ว....

อ่านแล้วช่วยเมนท์ให้ด้วยนะเพราะเราเองก็อยากที่จะรู้ความคิดของคุณหลังจากที่ได้อ่านเรื่องของเราแล้วเช่นกัน..

Comment

Comment:

Tweet

^o^ ความจริงเราอ่านตั้งแต่แกเอามาให้แล้วแหละนะ แต่ยังไม่มีเวลาเม้นวันนี้เลยแวะมาซะหน่อย แหะๆ
ความจิงแล้วมันก็จิง เพราะความขี้เกียจทำให้หลายสิ่งหลายอย่างแย่ลง และแน่นอน โดยเฉพาะผลสอบ ตั้งแต่เปิดเทอมเราเลยตัดสินใจว่า... (แต๊น แต๋น~~) เราจาขยันขึ้น ^o^ แค่หวังว่าอ่านะ เราจาพยายามลบข้อเสียออกไป เหอะๆ ถึงแม้ว่ามันจะยากก็เถอะ
เห็นไหม เดี๋ยวนี้เราไม่หลับในวิชาเลขแล้วนะ แต่เรามาหลับในวิชาอื่นแทนล่ะมั้ง (เช่น วิทย์กาย + ไทย )

#2 By cheer <Hamster> (203.146.204.155) on 2005-11-25 20:32

ถ้าเรารู้ว่าข้อเสียของเราอยู่ที่ตรงไหน เราก็แก้ไขได้ ดีกว่าที่เราไม่รู้ว่าเรามีข้อบกพร่องที่ตรงไหน จิงปะ ในเมื่อตอนนี้เหมือนรุข้อเสียของตัวเองแล้ว ก็พยายามแก้ไขสิ ถึงมันจะยาก แต่ถ้าเหมือนพยายามจิงๆ เราเชื่อว่าเหมือนจะขี้เกียจน้อยลง เพราะเราว่าจิงๆทุกคนก็มีเวลาที่ขี้เกียจกันทั้งนั้นแหละ ขึ้นอยุ๋กับว่ามันจะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

#1 By chell (61.91.213.90) on 2005-11-12 20:50