ไดอารี่ในวันนี้เราเขียนขึ้นด้วยความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาในชั่วขณะหนึ่ง แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงชั่ววูบในขณะนั้น..แต่มันก็คือสิ่งที่อยู่ในใจเราตลอดเวลา

สำหรับใครก็ตามที่รู้จักเราและผู้ที่ถูกอ้างถึงนั้น เราขอบอกว่าท่านอย่าเพิ่งรู้สึกเบื่อแล้วปิดหน้าต่างนี้ไป เพราะเราไม่ได้บังคับให้ท่านมานั่งอ่านไดอารี่นี้ เราเพียงแค่ต้องการที่จะบรรยายความรู้สึกนี้ออกมาเป็นตัวอักษร เป็นข้อความเพียงเท่านั้น และข้อความต่อไปนี้นั้นมันอาจจะมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อใครบางคนแฝงอยู่ก็เป็นได้หากท่านรู้จัก"คิด"

และความรู้สึกของเราที่ผุดขึ้นมามันคืออะไรกันล่ะ...

มาเข้าเรื่องกันเลยนะ...

ก่อนอื่นเลยเราคงจะต้องอ้างถึงบุคคลคนหนึ่งที่ชื่อของเธอนั้นมีความหมายตรงกับคำว่า "ท้องฟ้า"

ใช่! ชื่อของเธอเป็นคำไวพจน์ของคำว่าท้องฟ้า และชื่อของเธอนั้นก็นับได้ว่าเป็นชื่อที่ดีและเหมาะสมกับเธอมาก เพราะถึงแม้ว่าชื่อของเธอจะแปลได้ว่าท้องฟ้า แต่ความหมายของมัน เราเชื่อว่าไม่ได้มีเพียงแค่คำว่าท้องฟ้าเท่านั้น เพราะหากเรามองให้ลึกซึ้งแล้ว มันก็สามารถแฝงสิ่งอื่นไว้ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น อิสระ และความแจ่มใส สดใส อันเป็นนิสัยของเธอ ความอบอุ่นของท้องฟ้าที่มีผลต่อตัวฉัน และที่สุดก็คือท้องฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป สูง..ขนาดที่คนอย่างฉันทำได้แค่เพียงมอง

ท้องฟ้านั้นช่างอยู่สูง เกินกว่าที่จะมาบรรจบกับผืนแผ่นดิน แต่กระนั้นเมื่อเรามองไปที่ ณ ขอบฟ้า เราก็ยังสามารถมองเห็นแผ่นฟ้ามาบรรจบกับผืนดินได้ แต่มันก็เป็นได้เพียงแค่ภาพที่เรามองเห็น เรามองเห็นแผ่นฟ้านั้นมาบรรจบกับผืนแผ่นดิน แต่นั่นก็เป็นเพียงแผ่นดิน ณ บริเวณนั้น หาใช่ผืนแผ่นดิน ณ จุดนี้เสียเมื่อไหร่ และจะทำเช่นไรกันเล่าผืนแผ่นดินนั้นถึงจะได้ไปบรรจบและเคียงคู่กับแผ่นฟ้า

จะต้องยกตัวให้ผืนดินล่องลอยขึ้นไปอยู่ท่ามกลางผืนฟ้า...

หรือจะต้องกลายเป็นดวงดาราที่สามารถอยู่เคียงคู่ประดับแผ่นฟ้านั้นได้...

แต่แน่นอนว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะผืนดินนั้นมิอาจะยกตัวให้ลอยล่องขึ้นไป และก็มิอาจกลายเป็นดาราไปได้เช่นกัน

เปรียบได้ดั่งสองเรา เธอผู้เป็นท้องฟ้าของฉันนั้นเรียกได้ว่าอยู่ในจุดที่สูงเกินกว่าที่ผืนแผ่นดินอย่างฉันจะเอื้อมไปถึง และก็คงจะไม่มีวันถึงด้วย ฉันได้แต่เฝ้ามองท้องฟ้าผืนนั้นจากผืนดินที่เราอยู่ ได้เพียงเฝ้ามองดูแผ่นดินผืนอื่นที่สามารถบรรจบกับแผ่นฟ้าผืนนั้นได้ และก็รู้ว่าเราคงไม่มีวันเป็นได้อย่างเขา เพราะตำแหน่งที่เราเห็นคือขอบฟ้าที่เรามองไป ไม่ใช่แผ่นฟ้า ณ บริเวณที่เราอยู่ ตำแหน่งที่เรามองอยู่นั้น ยังไงท้องฟ้าก็ยังอยู่เบื้องบน และไม่มีท่าทีว่าท้องฟ้านั่นจะลดต่ำลงมา เพื่อบรรจบกับแผ่นดินผืนนี้

สิ่งที่เราทำได้คือการเฝ้ามอง มองในสิ่งที่เธอเป็น มองในสิ่งที่เธอทำ และคอยส่งใจไปช่วยเธอจากจุดนี้ ถึงแม้มิอาจได้เอื้อมไป แต่เพียงแค่ฝันใฝ่ในมโนภาพแห่งห้วงความคิดความคำนึงก็ยังเพียงพอ

แม้ว่าทุกวันนี้ท้องฟ้าของเรานั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากท้องฟ้าในวันวานที่เราเคยมองดู แต่กระนั้นท้องฟ้าก็ยังเป็นท้องฟ้า ยังมิแปรเปลี่ยนไป และความรู้สึกที่เรามีให้ ก็มิอาจจะลดลง ทั้งความรัก ความห่วงใย และความเกลียดชังต่อต้านต่อผู้ที่คิดร้ายต่อเธอ

แต่ก็นั่นล่ะมีคนรักย่อมมีคนเกลียด แม้แต่พระเจ้าที่ใครหลายคนรักก็ยังมีผู้ที่เกลียดชังและไม่เชื่อถือในตัวพระเจ้า แล้วนับประสาอะไรกับท้องฟ้าสีครามนี้เล่า เราทำได้แค่เพียงคอยปกป้อง และทำใจว่าทัศนคติและมุมมองของแต่ละคนมันต่างกัน ความคิดและความรู้สึกของแต่ละคนจึงต่างกันด้วย แต่อย่างน้อยก็ขอให้ต่อหน้าของฉัน ท้องฟ้าผืนนั้นไม่โดนทำร้ายหรือคิดร้าย ก็เพียงพอแล้ว

และในวันนี้ก็เช่นกัน ฉันก็ยังคงเฝ้ามองเธออยู่ ณ จุดนี้เฉกทุกวัน แม้ว่าวันนี้นั้นจะเป็นวันคล้ายวันเกิดของเธอ(12 สค) แต่ฉันก็ยังทำได้แค่เพียงมอง และอวยพรให้แก่เธออยู่ ณ ตรงจุดนี้เช่นเดิม

พร..ที่เธออาจไม่รับรู้ และอาจจะไม่มีวันได้รู้

แต่ฉันก็เชื่อว่าพรที่ฉันอวยพรแก่เธอนั้น มันย่อมที่จะส่งไปถึงเธอได้อย่างแน่นอน เพราะการที่เรารับพรได้นั้น เราจะได้รับพรนั้นตั้งแต่ตอนที่มีผู้คิดอวยพรคุณ มิใช่ได้รับเมื่อคุณอ่านหรือได้ยินพรนั้น

และนี้ก็คือคำอวยพรที่ฉันจะมอบให้แก่เธอในวันคล้ายวันเกิดของเธอในปีนี้

ขอให้เธอมีความสุขไร้ทุกข์โศก

ขอให้มากซึ่งโชคลาภวาสนา

ขอให้เธอแข็งแรงไร้โรคา

ขอปัญญาให้เพิ่มพูนทุกคืนวัน

ขอให้ไร้ปัญหาระอาใจ

ขอให้ไร้ซึ่งอริริปูนั้น

ขอให้เธอแจ่มใสในทุกวัน

เป็นท้องฟ้าให้ฉันได้เฝ้ายล

ขอให้เธอมีสติคิดรอบคอบ

ขอประกอบการใดสำเร็จผล

ขอให้มากซึ่งเล่ห์สเน่ห์กล

ขอให้มากซึ่งคนอุปถัมภ์

ขอคำพรจงสัมฤทธิ์ประสิทธิ์เถิด

ขอบังเกิดแก่เธอที่เลอล้ำ

ตั้งแต่นี้สืบไปให้พรสัม-

ฤทธิ์ด้วยพร่ำอวยพรแด่เธอเอย

ขอให้เธอพบแต่ความสุขและสิ่งดีๆนะท้องฟ้าของฉัน

Comment

Comment:

Tweet

อยากจะบอกว่า..
ชอบคนที่ชื่อแปลว่าท้องฟ้าอยู่เหมือนกัน..
:)

#1 By per (125.25.84.0) on 2008-12-30 00:19